เปิดฉากงานอุตสาหกรรมยาครั้งแรกของไทย “CPhI South East Asia 2019”

เปิดฉากงานอุตสาหกรรมยาครั้งแรกของไทย “CPhI South East Asia 2019”

ยูบีเอ็ม เอเชีย ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน และทีเส็บ จัดงานแสดงวัตถุดิบและส่วนประกอบในการผลิตยา และการบริการผลิตยาครบวงจร “ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2019 (CPhI South East Asia 2019)” ครั้งแรกในไทย
ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน เตรียมความพร้อมยาไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลก

ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยาไทยให้สามารถฉายศักยภาพขึ้นแท่นผู้นำผ่านมาตรฐานระดับสูง โดยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนจะช่วยให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทยมีแนวทางที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดการนำงานวิจัยพร้อมเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิตยา ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน รวมไปถึงการสร้างสรรค์เภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ชนิดใหม่ที่ทันต่อยุคสมัยได้

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีการเปิดงาน “ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2019 (CPhI South East Asia 2019)” ได้กล่าวถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมยาไทยว่า เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อสุขภาวะของประชาชนในประเทศ เนื่องจากยาเป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตที่ขาดแคลนไปไม่ได้ สอดรับกับการเป็นสังคมผู้สูงอายุของไทยที่

จะยิ่งทวีคูณจำนวนประชากรสูงวัยซึ่งมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพในอนาคต ยาแผนปัจจุบันที่ใช้ในการรักษากลุ่มผู้สูงวัยเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไทยต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางด้านคลังยา รวมไปถึงยาที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการในการรักษาประชาชนในกลุ่มอื่น ๆ ด้วย อาทิ ยารักษามะเร็ง ยารักษาความดัน ยาต้านเชื้อ HIV นอกจากนี้ ยาไทยยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสอันดีในการส่งออกไปยังนานาประเทศ เนื่องด้วยมาตรฐาน GMP PIC/S ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ดังจะเห็นได้จากการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย แอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ และโรงงานผลิตยาของไทยยังได้รับความไว้วางใจให้ผลิตยาภายใต้แบรนด์ระดับโลกต่าง ๆ ในรูปแบบของ OEM หรือผู้รับจ้างผลิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศักยภาพที่สร้างเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจไทย

ด้านนางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการอาเซียน ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงโอกาสของยาไทยบนเวทีโลกว่า “การผลิตยาของไทยยังจัดอยู่ในการผลิตขั้นปลาย คือ ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ แล้วจึงผลิตยาสำเร็จรูปหรือยาชื่อสามัญออกมา โดยมักจะเป็นยาที่มีราคาถูกในท้องตลาด แต่ด้วยมาตรฐาน GMP PIC/S ที่ผู้ผลิตยาไทยมากถึง 161 รายมีนั้น ทำให้ยาของไทยมีคุณภาพที่สูงมากจนเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ

ทางด้านอุตสาหกรรมยาที่กำลังมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการมีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน การมีเครื่องจักรและเครื่องมือที่ทันสมัย ไปจนถึงการรับรองจากทางอย.ของไทยซึ่งเป็นสมาชิก PIC/S จะเป็นการเปิดบ้านรอต้อนรับกลุ่มนักลงทุนและการผลิตยาชนิดใหม่ซึ่งมีมูลค่าที่มหาศาลในอนาคตอันใกล้

โดยนางสาวรุ้งเพชร กล่าวอีกว่า “การจัดงานซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2019 (CPhI South East Asia 2019) ถือเป็นการจัดงานด้านวัตถุดิบและส่วนประกอบยาครั้งแรกในไทยที่รวบรวมผู้ประกอบการจากทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมยาไทยให้ก้าวทันต่อโอกาส เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้เข้าถึงส่วนประกอบยาใหม่ ๆ หรือคู่ธุรกิจที่จะช่วยยกระดับการผลิตให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นไปอีก โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีเจตนารมณ์เดียวกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมยาของไทย ทั้งยังได้รับการตอบรับจากองค์การอาหารและยาของกลุ่มประเทศในอาเซียนสำหรับการเข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อ “ASEAN Regulatory Framework”  จากประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อสร้างความเข้าใจและปูพื้นฐานให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้น

โดยภายในงานมีบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์กว่า 270 ราย จาก 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งพาวิลเลี่ยนนานาชาติจาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย กาตาร์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย ทั้งยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมอุตสาหกรรมการผลิตยาที่น่าสนใจ และการจัดสัมมนาวิชาการนานาชาติอีกมากมาย อาทิ “การพัฒนาอุตสาหกรรมยาไทยให้ก้าวไกลระดับสากล” “สถานการณ์การดื้อยา การจัดการ และการปรับตัวของภาคการวิจัยและภาคการผลิต”, “กัญชา: แนวทางการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์สำหรับประเทศไทย” ซึ่งคาดหวังว่างานนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยาไทยได้เติบโตและพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งขันบนเวทีโลกต่อไป

ซีพีเอชไอ เซาธ์ อีสต์ เอเชีย 2019 (CPhI South East Asia 2019) หรือ งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านวัตถุดิบและส่วนประกอบการผลิตยาสำหรับเภสัชอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อรองรับความต้องการและการเติบโตของอุตสาหกรรมยาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีการเติบโตทางการตลาดและ

มีศักยภาพสูง จากกลุ่มประชากรทั้งหมดกว่า 650 ล้านคนที่เข้าถึงด้านการดูแลสุขภาพที่พัฒนาขึ้นตามยุคสมัย นำไปสู่ความต้องการด้านยาที่เพิ่มขึ้นตาม อันก่อให้เกิดโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมเภสัชกรรมในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


Write a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *